บารมี

บารมี   คือคุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง บารมีในเบื้องต้นคือ ทาน ศีล ภาวนา เรื่อง ทาน ศีล- ภาวนา ขอวางไว้จะไม่กล่าวถึง ณ ที่นี้ แต่บอกไว้ก่อนดังๆว่าพุทธศาสนานี้  การสอนให้คนเป็นคนดีเป็นเพียงหลักบื้องต้น ในระดับศีลธรรมเท่านั้น   พุทธศาสนายิ่งใหญ่ ลึกล้ำพิศดารสุดพรรณา  เกินกว่าจะบรรยายให้คนธรรมดาสามัญเข้าใจได้ แม้การเหาะเหินเดินอากาศ ล่องหนหายตัว ปลุกเสก เลขยัณต์ คงประพันชาตรี อาจเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ทั่วไป แต่สำหรับพุทธศาสนาแล้ว "ไม่ใช่ " เป็นข้อห้าม ห้ามโอ้อวด ให้ศาสนาของพระองค์มัวหมอง เป็นเครื่องขัดขวางการบรรลุ


พุทธศาสนา  บัญญัติเรื่องการสร้างบารมีไว้ 10 ประการ หรือทศบารมี เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้นำสูงสุดต้องพึงปฏิบัติเพื่อที่จะบรรลุคุณธรรมชั้นสูง เมื่อบำเพ็ญถึงชั้นสูงสุด ทางโลกจะได้เป็นพระมหาจักรพรรดิ์ ทางธรรมก็จะบรรลุขั้นพระพุทธเจ้า หรือแม้แต่การเป็นผู้นำองค์กรใดๆก็พึงปฏิบัติเช่นกัน เพื่อเพื่อนำพาองค์กรให้ พัตนาให้รุ่งเรือง สูงสุด พิชิตและทำลายปัญหาทุกประการ อันเป็นขวากหนามที่คอยขัดขวางการนำพาองค์กรให้บรรลุถึงที่หมาย  เพราะปกติธรรมดาของสังคมเมื่อเล็กปัญหาก็เล็ก เมื่อโตปัญหาก็โตตามมา ยิ่งเด่นก็ยิ่งมีคนอยากโค่น  คนยิ่งมากยิ่งมากเรื่อง ทั้งจากเรื่องภายใน จากคู่แข่งขันภายนอก ที่หาโอกาศโจมตี  สารพัดปัญหาที่จะค่อยๆตามมา  การสร้างบารมี จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบุคคลที่ด้องเป็นผู้นำในทุกระดับ  มีทานบารมี, ศีลบารมี, เนกขัมมบารมี, ปัญญาบารมี, วิริยะบารมี, ขันติบารมี, สัจจบารมี, อธิษฐานบารมี, เมตตาบารมี, อุเบกขาบารมี โดยรายละเอียดท่านก็หาอ่านได้ง่ายๆตามหนังสือหรือเวปไซด์ทั่วไป 

 ทำไมต้องบำเพ็ญบารมี  จำเป็นหรือไม่ หากถามผม ผมก็จะตอบว่าจำเป็นอย่างยิ่งครับ  เพราะหากเราไม่บำเพ็ญบารมี เราก็จะไม่สามารถกระทำการงานใดๆให้สำเร็จลุล่วงได้ หรือแม้แต่การใช้ชีวิตให้เป็นปกติสุขก็มิอาจทำได้  เพราะสภาพความเป็นจริงของชีวิตจักมีมารอยู่มากมาย (มาร ตามหลักพุทธศาสนา แปลว่าผู้ขวางความสุข ขวางการบรรลุ) การบำเพ็ญบารมีเป็นการปฏิบัติ เพื่อพัตนาตนเอง ทั้งทางกาย และจิตวิญญานไปพร้อมกัน จะใช้เพียงร่างกายและ  สมอง อย่างเดียวไม่ได้  

หากถามว่า :  การบำเพ็ญบารมีจะบำเพ็ญเพียงบารมีหนึ่งบารมีใดได้หรือไม่  ตอบว่าได้ ก็ยังดีหากไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่หรือร่ำรวยมากมาย   แต่หากยิ่งใหญ่หรือร่ำรวยยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งต้องสร้างบารมีให้ครบถ้วนมิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาขึ้นมากมาย เคยเห็นมากับตามิใช่นิทานชาดก  คนรวยระดับมหาเศรษฐี หรือคนเก่งหรือผู้ใหญ่บางรายที่วิถีชีวิตจะต้องเจ็บปวดและขมขื่นจนตาย บางทียิ่งใหญ่มากเกินไปก็อาจกลายเป็นทรราชย์ได้้เหมือนกัน  ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่านเหล่านั้น  ซึ่งท่านสามารถหามาอ่านเพื่อพิจณาดูได้ไม่ยาก ว่าเขาลืมสร้างบารมีใดไปบ้าง




การสร้างสมบารมีที่เห็นง่ายๆ คือการเป็น พ่อ แม่ การเป็นพ่อแม่ที่ดี ตนเองก็ต้องบำเพ็ญบารมีเพื่อลูก เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ลูก เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งมั่นคงให้แก่ลูก  จึงต้องใช้ทั้งหมดทุกบารมี เพราะการเลี้ยงลูก ต้องให้ ต้องเสียสละแทบทุกอย่าง  เรื่องจะเอากลับคืนนั้นแทบไมมีเลย  การเป็นสามี ภรรยา เป็นครอบครัวเป็นหน่วยพื้นฐานขององค์กร ที่ต้องบริหารจัดการ  คนน้อย แต่ต้องรับผิดชอบเยอะ ต่อ ทรัพย์ที่มีและที่หามา ต่อเครื่องอุปโภคบริโภค ต่อแรงต้านจากความคิดและอารมย์ ของบุคคลในครอบครัว เพราะโดยธรรมชาติของคนที่เกิดมาทุกคนก็ล้วนมีกิเลสตัณหา และบ่วงกรรมติดตัวมา อยู่ไกลไม่เป็นไร อยู่ใกล้กันเมื่อไหร่ แล้วมีเรื่องให้ยุ่งจนได้ เห็นมามากมาย ที่คิดว่าดีแสนดี เห็นยังยังพังมาแล้วหลลายราย

การเรียนหนังสือ การไปโรงเรียน ปัญหาจากครู จากเพื่อน จากเวลาเดินทาง จากการเจ็บป่วย การเรียนการสอบฯ หรือแม้แต่เด็กเกเรนักเลงหัวไม้ ติดเกมส์  การเป็นลูกน้อง ลูกจ้าง การดื่ม การเที่ยว ฯลฯ ล้วนเป็นประสบการณ์ ชีวิตที่มีค่ายิ่งทั้งนั้น   หากเมื่อถึงเวลาหนึ่งที่เราสามารถหยุด พิจรณา ทบทวน ตรึกตรอง ฯ สิงเหล่านี้ก็เป็นส่วนเสริมให้เรานำมาเป็นฐานในการสร้างบารมีได้ ทั้งสิ้น  ยกตัวอย่างคนที่ไม่เคยเป็นลูกน้อง ไม่เคยเป็นลูกจ้างใคร วันหนึ่งเมื่อได้เป็นเจ้านาย เป็นเจ้าของกิจการ เจอลูกน้องที่ประหลาดๆ นิสัยแย่ๆ ก็อาจเกิดจุดบอดต่อการเข้าใจได้เช่นกัน   อาจทำการใดๆให้กระทบขวัญและกำลังใจต่อคนอื่นหรืออาจสร้างศัตรูขึ้นมาโดยไม่ สมควร  ไม่เหมือน คนที่เคยเป็นลูกจ้าง ที่เคยเกเร เคยขี้เมามาก่อน  คนพวกนี้เมื่อถึงวันที่มีสติ ระลึกได้ จะเข้าใจคนชั้นล่าง คนที่มีปัญหาได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ ๆ คือสิ่งที่ตัวอักษรบอกให้เข้าใจไม่ได้



มีผู้บริหารฝ่ายบุคคลองค์กรใหญ่ๆ  บางคนเล่าให้ผมฟังว่าเคยผิดพลาดในการเลือกใช้คน   รับสมัครงานเลือกคนเรียนเก่งเกียรติ์นิยมอันดับ ๑ อันดับ ๒ มาร่วมงานด้วย บางคนก็ทำเสียงาน  เพราะว่าเรียนเก่งก็จริง แต่ก็เก่งแต่เรียนทำไรไม่ได้มากกว่านั้น บางคนปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้เลย   สมัยนี้คนเรียนเก่งมากๆจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นของฝ่ายบุคคลที่องค์กรต้องการ เพราการเรียนเก่ง หลายคนเก่งเพราะมีโอกาสและทรัพยาการในการเรียนพร้อม  แต่คนเก่งจริงไม่น้อยที่ไม่เก่ง เพราะเขาเป็นเพียงผู้ขาดโอกาส ขาดอุปกรณ์  หรืออาจมัวสนุกสนานเพลิดเพลินโดยที่ยังไม่ได้เริ่มเรียนจริงๆเลยก็เป็นได้  พึงตระหนักไว้ด้วย 

พราะฉะนั้น การเป็นผู้นำ การเป็นเจ้าของกิจการทั้งหลาย  ไม่ใช่จะได้มาและรักษาไว้ได้ง่ายๆ ต้องผ่านการฝึกฝนและเพาะบ่มมากมาย จนกลายเป็นบารมีอันแก่กล้า มีตัวอย่างให้เห็นมากมายสำหรับข่าวสารในสมัยนี้  บางท่านอาจเรียนสูง แต่หลายท่านก็แทบไม่ได้ผ่านการเรียนหนังสือจากสถาบันใดเลย แต่เก่งแกร่ง และรู้จัดการได้รอบด้าน ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมายทั่วโลก  ท่านเหล่านี้มีเหมือนกันทุกคน คือการบำเพ็ญบารมีอย่างยิ่งยวด เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกผู้นำต้องทำ

ไม่มีความคิดเห็น: