แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรราศี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จักรราศี แสดงบทความทั้งหมด

จักรราศี 2

จักรราศีตอนที่ 2
sonteen theory ทฤษฎีส้นตีน 12 
ชีวิตไม่ใช่เรื่องยากหากรู้จักจักรราศี แต่การรู้จักจักรราศีอย่างแท้จริงเป็นเรื่องยาก

ทฤษฎีส้นตีน เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมาเล่นๆตามความคิดเห็นส่วนตัว  เหมาะสำหรับคนบ้าเท่านั้น  คนดีๆไม่ควรอ่าน  หากอ่านไปแล้วก็ไม่ควรคอมเม้นท์ใดๆ จะได้ไม่ผิดใจกันครับ
หลักพื้นฐานของจักรราศี 2 ส่วน คร่าวๆ คือ
1.ระบบพลังงาน  ความร้อน:แสงสว่าง จากตะวันออกในยามกลางวัน ความเย็น:ความมืดจากตะวันตกในยามกลางคืน
2 ระบบธาตุๆ ที่เป็นพวกมวลสารต่างๆ จากดวงดาวทั้ง 8 และจากราศีเอง เช่นของเหลวของแข็ง ก๊าซ วิญญานธาตุ ที่หมุนเวียนปรุงแต่งเข้าออก แปรเปลี่ยน  นำมาสร้างซ่อมตัวเอง องค์กร  สารที่ต้องทิ้ง ต้องขาย ต้องแลกเปลี่ยน ต้องสร้างเพิ่ม
หมุนเวียนแลกเปลี่ยนกันไปในจักรราศีทั้ง 12

สัญลักษณ์ตัวเลขแทนพระเคราะห์หรือเทวทั้ง ๘ 
พระอาทิตย์   พระจันทร์  พระอังคาร   พระพุธ   พระพฤหัสบ่ดี   พระศุกร์  พระเสาร์ พระราหู 
ดวงดาวมีกฏเกณท์ที่แน่นอน  เดินทางอยูในบ่วงของตัวเองเท่านั้นออกนอกเส้นทางไม่ได้โดยเด็ดขาด  หมุนรอบตัวเองเป็นวงกลม ลักษณะการทำงานคล้าย citcular value หรือ Rotary Thermal value   เปิดปิดรับส่งพลังงานและธาตุ ตามเวลา และองศา ดวงดาวในชั้นจุลจักรวาลหมุนรอบจักรราศีเร็วกว่านาโนวินาที  แต่ไม่เอามาคิดในชั้นมนุษย์

ราศีทั้ง ๑๒ ของแต่ละสถานที่นั้น   แบ่งได้หลายชั้นตั้งแต่ร่างกาย ครัวเรือน หมู่บ้าน เมือง ประเทศ ฯ แต่ละราศีก็จะสำพันธ์กับราศีฝานอกของโลกที่มีดวงดาวโคจรตรงเส้นขอบฟ้า  มีทิศทางและความร้อน  ความเย็น   ความกด ความแห้ง  ความชื้นไม่พร้อมกัน ถือเป็นสวนเกษตรมหัศจรรย์

พิจรณาเรื่องชะตาชีวิต หรือดวงคร่าวๆจากจักรราศี 2 ฝาดังนี้

1.วางลัคน์ จากเวลาตกฟากเพื่อหาดวงตัวเอง หรือฝาใน ว่าราศีใดแข็งอ่อน และเป็นอะไร ระดับไหน อาชีพอะไร มองเห็นจากลัคนา ราศี ดาวเดี่ยว ดาวคู่ ดาวผสม  แปลภาษาโหรออกมาเป็นภาษาคน 


2.ดูดวงดาวในจักรราศีที่ฝานอก  ในขณะเกิดโดยไม่ต้องสนใจลัคนาว่า ดีเด่นขนาดไหน    เพราะตัวเจ้าชะตาเปรียบเหมือนต้นไม้หรือสัตว์ตัวหนึ่ง  ที่จะออกมาเจอดิน เจอปุ๋ย เจอสภาวอากาศสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เวลาช่วงไหน ตามภาพดวงดาวที่ประทับไว้นั้น   ดีไม่ดี มีปีนักษัตริย์ ราศีเดือน ราศีวัน ดวงดาวจักรราศีเป็นตัวบอก  โดยรวมเรื่องมนุษย์ทั้งหมดเอาไว้ตามลำดับแบบคร่าวๆ ดังนี้

ภพต้นธาตุ หรือเรือนชะตาต้นธาตุ คิดตามราศีโลก  ราศีเกิดจริงเฉพาะบุคคล ก็เจาะเข้าไปลึกอีกชั้น
๑.๑ ตนุภพ พระ ๓ เป็นเกษตรราศีไฟต้นธาตุชื่อภูมิดนัย  แปลว่าผุุดขึ้นมาจากดิน คือการแรกเกิดออกมา มีตนเอง กูเอง อัตตา ร่างกาย จิตใจ ความคิด อารมย์ ความปรารถนา ฯ ใช้แรงดันสูง ในการออกตัว เข้าเกียร์ ๑ ของรถยนต์ชีวิต พระอังคารเป็นเจ้า

๑.๒.กดุมพภพ พระ ๖ เป็นเกษตรราศีดินต้นธาตุ ธาตุดินเริ่มต้น ของกู แม่กูพ่อกู โมบายกู ขวดนมกู  ทรัพย์ เดิม ๆและหามาใหม่ เก็บไว้ เข้าคลัง ทรัพย์เป็นของที่ต้องหลง ต้องชอบต้องรักต้องหวง พระศุกร์คุม

๑.๓.สหัชชะภพ พระ ๔ เป็นเกษตรราศีลมต้นธาตุ  เริ่มร้องให้เรียกความสนใจ  กระทืบเท้าดิ้น การติดต่อ พูดออกไป การเริ่มเคลื่อนไหว  ส่งออกไป เดินออกไป บรรทุกไป ขนไป ให้พระพุธเทวทูตของพระเจ้าคุม

๑.๔ พันธุภพ พระ ๒ เป็นเกษตรราศีน้ำต้นธาตุ  ปะติดปะต่อเชื่อมโยง คน สิงของ ใกล้ๆเป็นเครื่อข่ายครอบครัว เล็กๆของเด็กน้อย ออกไป พี่น้อง สังคมรอบตัว เป็นการต่อเซลต่างๆในรอบที่ 1 พันธุกรรม ให้มารดาแห่งโลก ผู้แสวงหาอาหารธาตุ  ผู้เขื่อมต่อเป็นเจ้าเราศี เป็นผู้ควบคุมดูแล

เบื้องต้น ๔ ราศี  คือ ๑ คาบเวลาจริง  เป็นเวลาแบบธาตุ ไม่ใช่เวลานาฬิกา    คือไฟดินลมน้ำต้นธาตุ วนไปครบ 4 ธาตุได้เป็น ๑ คาบ เป็นพื้นฐานชีวิตระดับครอบครัว  เป็นเบื้องต้นต้นน้ำภพพันธุ จะต่อไปกลางธาตุคือ ไฟปุตตภพระดับเริ่มใหม่ช่วงกลาง โรงเรียน สังคม ต่างถิ่น ต่างประเทศ



ตำแหน่งพระเคราะห์มาตรฐานด้านดี...หากไม่ดี หรืออ่อนคือตรงข้าม อาจจะไม่ใช่ไม่ดี แต่เป็นเพียงลักษณะหนึ่ง  ตรงข้ามเกษตรคือประ ตรงข้ามมหาอุจจ์คือ นิจ ตรงข้ามราชาโชคคือเทวีโชค ตรงข้าม มหาจักรคือจุลจักร  การนำไปใช้งานจริง คค่อนข้างซับซ้อน

ภพกลางธาตุ หรือเรือนชะตากลางธาตุ
๒.๑ ปุตตภพ พระ ๑เป็นเกษตรราศีไฟกลางธาตุ  ความปรารถนา ความอยากในชั้นกลาง เข้าโรงเรียน เจอเพื่อนใหม่ สิ่งใหม่ๆ คืออยากจะสร้างอยากจะให้มีเพิ่มขึ้นใหม่ เติบโตขึ้นมา เจริญขึ้นมาต่อจากต้นธาตุหรือปฐมธาตุ หมายถึงบุตรและผู้อยู่ใต้บังบัญชาด้วย  

๒.๒ อริภพ พระพุธเป็นเกษตราศีดินกลางธาตุ คือปัญหา คืออุปสรรคที่ที่ต้องเจอ ฟันฝ่า คิด วิเคราะห์ วางแผน
ใช้สมอง ใช้ความคิดที่แจ่มชัดดีกว่า ให้พระพุธเป็นเจ้า

๒.๓ ปัตติภพ ลมกลางธาตุ ที่ๆต้องจัดการรักษาดุลพลัง ของธาตุบุคคลต่างๆที่หลายเรื่อง ดันกันเข้ามา  น้อยสุดก็คู่ครอง มากขึ้นก็สังคมบ้าน หน่วยงาน ที่ต้องรักษาให้พอดี ประคับประคองให้ไปกันได้  เรื่องสังคมคน ใช้ความรัก ความสวยงาม ความรื่นรมย์ พลังพระศุกร์คุม


๒.๔ มรณภพ ฟังชื่อดูน่ากลัว  น้ำกลางธาตุ พระอังคารเป็นเกษตรเจ้าราศี  ก็เหมือนพันธุภพ แต่เป็นตอนที่ 2 เขื่อมต่อไกลออกไป ยาวออกไป ต่างถื่น ต่างประเทศ พลัดพราก ไปต่างภพ สวรรค์ นรก บาดาล หรือในมดลูก ในท้อง  ที่ต้องเชื่อมต่อสร้างเครือขา่ยสื่อสารให้ทั่วถึง หรือสร้างอาณาจักรใหม่ เปิดสาขาใหม่ต่อไป 

ภพปลายธาตุ หรือเรือนชะตาปลายธาตุ ๔ เรือนชะตาที่ต้องทำให้จบสวยๆ สมบูรณ์

๓.๑ ศุภะภพ พระ ๕ เป็นเกษตรราศีไฟปลายธาตุ ราศีบิดา ที่พึ่งพิง ความสงบสุขทางจิต  บ้านเรือน ศาสนา พระเจ้า  ความสุข ความอบอุ่น เกี่ยวกับเรื่องความดีงาม  ปัญญา ความหลุดพ้น (ตนุ,ปุตต,ศุภะ) ให้พ่อครูฤาษีผู้ทรงคุณธรรม ทรงสติญานสมาธิ คุมดูแล

๓.๒ กัมมภพ พระ๗เป็นเกษตรราศีดินปลายธาตุ เรื่องกรรมที่ต้องรับจากที่บันทึกไว้  เรื่องงานมั่นคงที่ต้องทำ เรื่องกรอบที่ต้องปฏิบัติ ที่ต้องบังคับตนตามกฏเกณท์ เรื่องที่ต้องจบ ต้องสรุป  บ้านเรือน ทรัพย์สินที่ต้องเป็นของตัวเอง เรื่องอดีตที่ต้องจารึก เรื่องความมั่นคง พระเสาร์เป็นเจ้า

๓.๓ ลาภะภพ  พระ๘ ขุนคลังเป็นเกษตรราศีลมปลายธาตุ  เป็นธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม เรื่องเงินที่ได้เป็นค่าตอบแทน รางวัล  เรื่องการแปรธาตุ เพิ่มขยาย ทำให้มาก ต้องเพิ่มความอยากให้มาก เพิ่มพลังความอยากให้เทวดาองค์ไหน  ให้เป็นหน้าที่ของพระราหูเจ้าโลก เจ้าแห่งมนต์มายาทำให้ลุ่มหลง  

๓.๔ วินาสะภพ พระ ๕ เป็นเกษตรราศีปลายธาตุน้ำ  การต่อให้จบ  พิจรณาประสานงานครั้งสุดท้ายด้วยปัญญาตรวจสอบบัญชี  ปิดบัญชี ทบทวนการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมา  เพื่อให้จบแบบเป็นธรรม  ยุติธรรม ท่านครูเป็นเจ้า หรือท่านยม ท่านผู้พิพากษาแล้วแต่กรณีเป็นเรื่องๆไป  เรื่องบัญชี ก็ให้เด็กพาณิช เด็กจบบัญชี ฤาษีไม่ต้อง

จะเห็นว่าแท้จริงแล้วเรื่องราศีของดวงชะตามีเพียงธาตุ ๔ เท่านั้น ไฟกินดิน ดินกินลม  ลมกินน้ำ  น้ำกินไฟ แยกเป็น 3 ตอน ต้น กลาง ปลาย ในจักรราศีมีพระเคราะห์ ๘ องค์ประทับอยู่  ที่ราศีต่างๆ เมื่อดวงของเรา
เคลื่อนไปถึงราศีนั้นๆ  ก็จะเจอเรื่องนั้นๆ หากพระเคราะห์เข้มแข็ง ตำแหน่งดี เราก็ปลอดภัย  หากอ่อนก็มีเคราะห์ คือท่านรักษาเราไม่ได้  

พระเคราะห์ในทัศนคติของผมจะดีทั้งหมด เพราะเรียกว่าพระ  แต่บุญกรรมที่ท่านทำไว้ในอดีตชาตินั้นถึงพอหรือไม่ที่จะได้รับการดูแลรักษา  อย่างเสาร์ทับลัคน์ที่หมอดูทั่วไปกลัวกัน  แต่บางท่านอาจมีลาภ มีบ้าน เพราะเป็นกรรมดีในอดีต กลับมาตอบสนองครับ

กลับไป... ทฤษฎีส้นตีนตอนที่ 1

จักรราศี

จักรราศีตอนที่ 1
sonteen theory ทฤษฎีส้นตีน 11 

ทฤษฎีส้นตีน เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมาเล่นๆตามความคิดเห็นส่วนตัว  เหมาะสำหรับคนบ้าเท่านั้น  คนดีๆไม่ควรอ่าน  หากอ่านไปแล้วรู้สึกขัดใจ ก็ไม่ควรคอมเม้นท์ใดๆจะได้ไม่ผิดใจกันครับ

ชีวิตไม่ใช่เรื่องยากหากรู้จักจักรราศี แต่การรู้จักจักรราศี ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยากมาก

จักรราศี มาจากคำว่า...จักร + ราศี  คือการหมุนของรูปนามในวงกลม จักรมี 2 ฝาคือฝาในกับฝานอก
จักรฝาใน คือการหมุนวนขวาตามโลก ของรูปนาม  ในที่นี้หมายเอาเทพฯ พระเคราะห์ทั้ง ๘ องค์
จักรฝานอก คือการหมุนวนซ้ายของวงกลมฝานอก 1 รอบ 360 องศา นำมาแบ่งเป็นส่วนๆ เรียกว่าราศี

ราศี ในวิชาโหราศาสตร์แบ่งเป็น 12 ส่วน ราศีวันมี ๑๒ ราศีทุกวัน (อยู่ภายในในราศีเดือน) ใน ๑ ปีจะมีราศีเดือน ๑๒ ราศีๆจะแบ่งสักกี่ส่วนก็ได้แล้วแต่ลักษณะที่จะนำไปใช้    ดังตัวอย่างตำนานสงกรานต์เรื่องท้าวกบิลพรหมลงมาถามปัญหาธรรมกับธรรมบาลกุมาร ที่ว่า ข้อ ๑.เช้าราศีอยู่แห่งใด ข้อ ๒.เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ข้อ ๓. ค่ำราศีอยู่แห่งใดนั้น  ก็เป็นราศีสถานที่ของร่างกายที่แบ่งเป็น 3 ส่วน ใน 1 วัน

แสดงจักราศี 2 ฝาที่หมุนสวนทางกัน ทักษา ๘ เทวเคราะห์ เป็นฝาในหมุนวนขวา ราศีเป็นฝานอกหมุนวนซ้าย
โดยบูรพาจารย์ได้แบ่งเรื่องที่มนุษย์ต้องเจอทั้งหมดมี 12 เรื่อง เรียกว่า 12 ภพหรือเรือนชะตาบรรจุลงใน 12 ราศี   ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด   หรือไปอยู่ที่ภพภูมิไหน จักรวาลใด  มนุษย์ก็จะมีแค่ 12 เรื่องนี้เท่านั้น (ดูรายละเอียดในบทความจักราศีตอนที่ 2 )

จะเห็นว่า 12 ราศีเป็นแกนแนวตั้งหรือแกน XY  จะมีสิ่งต่างๆ เรื่องราวต่างๆปรากฏออกมา  ตามเวลาที่หมุนวนขวาเข้าไป   เวลาที่หมุนเข้าไปเป็นแกนแนวนอน หรือแกน Z จะคิดเป็น นาโนวินาที วัน เดือน ปี ถึงมหากัปป์ก็ได้  เป็นการยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจ

ราศีท้องฟ้า หรือจักระฝานอก  ที่จะหมุนมาให้เจอในอนาคต
ในวิชาโหราศาสตร์ (โหรา แปลว่า ๒ ด้าน ศาสตร์แปลว่าวิชา ) คือด้านมืดกับด้านสว่าง หรือภาคกลางวันกับภาคกลางคืน ฯลฯ  ใช้หลักดวงดาว ๘ ดวง (คือธาตุ ๔ สองด้าน) เป็นผู้วางกรอบจักราศีโดยมีลักษณะการเรียงดังนี้

เรียงตามความสว่าง จากชั้นในออกไป  อาทิตย์ ๑ พุธ ๔ ศุกร์ ๖ อังคาร ๓ พฤหัส ๕ เสาร์ ๗  ค่ำมืด
เรียงตามความมืด จากชั้นนอกกลับเข้ามา   ราหู ๘ พฤหัส ๕ อังคาร ๓ ศุกร์ ๖ พุธ ๔ จันทร์ ๒ สว่าง

ลักษณะการหมุน   จักระฝาในก็คืออาตัวเราเองหมุนเข้าไปตามรูปดวงกำเนิด  จากแรกเกิด วนไปๆ ก็เจอธาตุ ๔ ดาว ๘ ราศี ๑๒  ว่ารุ่งเรืองหรือตกต่ำตอนไหน เรื่องใด ตามที่มีบันทึกไว้ในรูกดวงชะตากำเนิด

โหราศาสตร์แบ่งราศีท้องฟ้าเป็น 12 ราศีๆละ 30 องศา แต่อันโตนาทีไม่เท่ากันดังรูป (เหตุที่อันโตนาทีไม่เท่ากัน เพราะเส้นระวิมรรคเป็นวงรี ช่วงที่โลกโคจรเข้าใค้งจะใช้เวลามากกว่าช่วงอื่นๆ

ชีวิตเบื้องต้น    ตั้งแต่ราศีเมษไฟ /พฤษดิน/มิถุนลม /กรกฏน้ำ.......ไฟ ดิน ลม น้ำ  
ชีวิตเบื้องกลาง  ตั้งแต่ราศีสิงห์ไฟ /กันย์ดิน /ตุลย์ลม /พิจิกน้ำ ..... ไฟ ดิน ลม น้ำ
ชีวิตเบื้องปลาย  ตั้งแต่นาศีธนูไฟ /มังกรดิน /กุมม์ลม /มีนน้ำ .... ...ไฟ ดิน ลม น้ำ

1. ราศีแบบสุริยคติ นับ 1 จากพระอาทิตย์ยกเข้าราศีเมษ วนไปตามเส้นระวิมรรค   มีวิธีดูว่าราศีอยู่ตรงไหนคร่าวๆโดยสังเกตุดูดวงอาทิตย์ที่ตำแหน่งขอบฟ้าทิศตะวันออกตอนเช้าตรู่   หากดูประจำเทียบกับสิ่งปลูกสร้าง หรือต้นไม้ใหญ่ จะรู้ วัน เดือน ปี เพียงแค่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกเท่านั้น ผมเคยทำครับ หรือจะดู เทียบกับดาวจักรราศี โดยการดูพระจันทร์เพียง 1 เดือนก็เห็นดวงดาวจักรราศีทั้งหมด แต่ต้องดูเป็นปีจึงจะรู้

ปัญหาการผูกดวงเทียบกับราศีท้องฟ้าคือ   ปฏิทินโหรปัจจุบันมี 2 ระบบ นิรายนะ (ระบบคงที่ เข้าราศีเมษ 13 เมย.ถือดาวฤกษ์เป็นเกณท์ ผมใช้ระบบนี้) ระบบ สายนะ (เข้าราศีเมษ 21 มีค.เบี่ยงเบนตามบ่วงโลกที่คล้องพระอาทิตย์ ผมเรียกราหูตัวพ่อ แต่เขาว่าเป็นค่าอายนางศะ) เรื่องปฏิทินกูรูผู้รู้ก็ยังเถียงกันไม่จบ  ท่านลองไปหาอ่านดูเองครับ

2. ราศีแบบจันทรคติ หมอดูบางคนใช้วิธีนี้คือ นับ 1 จาก ขึ้น ๑ ค่ำเดือน 5 ราศีเมษวนไปๆๆ
ราศีเมษ - เดือน 5 พฤษ -เดือน 6 มิถุน - เดิอน 7 กรกฏ - เดือน 8 สิงห์ -เดือน 9 กันย์ - เดือน 10 ตุลย์ - เดือน 11 พิจิก - เดือน 12 ธนู-เดือนอ้าย มังกร -เดือนยี่ กุมม์ เดือน 3 มีน -เดือน 4

ปัญหาคือปีอธิกมาส เดือน ๘ สองหน จะนับยังไง....หลักโบราณใช้โยคกับเวลาจริง ที่ไม่ใช่เวลานาฬิกา แต่ตรงนี้ยากมาก เพราะต้องอ่านดวงออกจริงๆ จึงจะรู้เวลาจริง

3.ราศีนับจากส่วนต่างๆของร่างกาย รงนี้จากตำราทั่วไป  ใช้ดูสภาพร่างกายของผู้มาดูได้ว่าราศีใดมีปัญหา  โดยการสังเกตุจากภายนอก  แต่ผมไม่ได้เป็นหมอดูใช้แบบระบบธาตุเป็นหลัก เพื่อความเข้าใจโลก
ราศีเมษ- ศีรษะ ใบหน้า ตั้งแต่หัวถึงคาง // ราศีพฤษภ - คอ ระบบทางเดินหายใจ // ราศีเมถุน-แขน มือ หัวไหล่  // ราศีกรกฏ-ทรวงอก เต้านม // ราศีสิงห์ -สีข้าง แผ่นหลัง ชายโครง หัวใจ ระบบสูบฉีดโลหิต //ราศีกันย์-ลำไส้  ช่องท้อง  กระเพาะอาหาร //ราศีตุลย์-บั้นเอว ท้องน้อย กระเพาะปัสสาวะ ไต มดลูก//ราศีพิจิก- อวัยวะเพศ เครื่องเพศ ก้นกบ สะโพก ไข่ดัน//ราศีธนู-โคนขา ,หัวไหล่ (ผมนึกเอาเอง)// ราศีมังกร โคนขาท่อนล่าง-ท่อนแขน (ผมเอง) โคนขา // ราศีกุมภ์- ขา  หน้าแข้ง  น่อง,ศอกถึงมือ (ผมเอง) //ราศีมีน - เท้า ข้อเท้า ,มือ ปลายมือ (ผมเอง)

4.ราศีเฉพาะรูปนาม  ใช้ดวงดาวภาคพื้นดิน  วิชาโหงวเฮ้งดูดาวดูราศีบนใบหน้า   วิชาดูลายมือดูดวงดาวดูราศี และลายเส้นบนมือ วิชา ฯลฯ  ข้อดีคือไม่ต้องไปสนใจดวงดาวบนฟ้า ว่าอยูตรงไหนบ้าง ไม่ต้องไปปวดหัวกับปฏิทินที่มีหลายระบบ  ที่พาให้งง เปรีบยเทีบ มีแบบใช้ปฏิทินจันทรคติ หรือเอาเฉพาะ

5.ราศีบ้านที่อยู่อาศัย  ตรงนี้ผมใช้เป็นประจำ  คือใช้เลขฐาน 12 เช็คดูว่าบ้านหลังนั้นนี้เป็นราศีใด ทำเรื่องอะไรรุ่ง เรืองอะไรติดขัด  บ้านเป็นราศีไหน ให้คิดเอาเอง คนมีพื้นฐานคิดหน่อยก็รู้แล้ว


ตำแหน่งดวงดาวมาตรฐานด้านดีในแต่ละราศี หากพระเคราะห์อยู่ตรงข้ามคือไม่ดี  คือด้อย (หลักการเข้าใจระดับพื้นฐาน )  หากเอารูปนามของท่านหมุนเข้าไปในแต่ละราศี จะไปเจออะไร จะแก้ยังไง เตรียมตัวยังไง 

ในราศีเดียวกันจะมีสรรพสัตว์เกิดขึ้นในทุกสถานที่บนโลก  งอกผุดออกมา  เฉพาะประเทศไทยปี 2560  มีคนที่เกิดในจักรราศี ทั้ง 12 ถึง70 ล้านคน เฉลี่ยก็ราศีละเกือบ 6 ล้านคน  เกิดมาคนละปีคนละศักราช คนละยุคกัน เกิด แก่ เจ็บ ตาย วนเวียน  ลองทายลงเฟสฯ ว่าเดือนนี้คนราศีนี้จะมีลาภดู  5 ล้านกว่าคนต้องมีสักคนที่ถูก


าศี ๑๒ มาจากธาตุ ๔ สามกอง คือ เบื้องต้น เบื้องกลาง เบื้องปลาย ไฟดินลมน้ำวนไปๆ
เป็นกองเวลา คือไฟกินดิน ดินกินลม ลมกินน้ำ น้ำกินไฟ ้ป็นเวลา ๑ รอบ มิติจะเล็กจะใหญ่เท่าใดก็ได้ 1 นาโนวินาทีก็ได้ 1 มหากัปป์ก็ได้  แต่ที่ใช้จริงคือรอบวัน เดือน ปี และศกของปีนกษัตริย์

เป็นกองนาม คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ว่านั่นคือรูป นั่นคือน้ำ นั่นคือลม นั่นคือไฟ

ธาตุ ๘ มาจากธาตุ ๔
  สี่คู่คือ 4 x 2 ตามรูป สังเกตุพระเคราะห์ที่อยู่ตรงกันจะเป็นธาตุเดียวกัน แต่คนละเพศ

ธาตุ ๔ ธาตุ ๘ ธาตุ ๑๖ ความหมายที่แท้จริงเป็นเช่นไร  เป็นเรื่องมหัศจรรย์

การหมุนของคน เดินไป นั่งรถไป ไปที่ทำงาน ไปห้าง กลับมาบ้าน ฯลฯวันหนึ่งเป็นวงกลม  1 รอบ 24 ชั่วโมงก็อยู่แค่ในราศีเดียวของโลกคือราศีเดือน  แต่ครบ 12 ราศีวัน ราศีของการดำเนินวิถีชีวิต     การกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด หากมีสติปัญญาพอก็ทำไป  ไม่ต้องสนใจเรื่องดวงให้มากนัก  แต่หากท่านเจอหมอดูที่รู้จริงเชื่อถือได้   ถือว่าเป็นการเพิ่มความระวังอีกขั้นหนึ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือหากต้องไปเผชิญหน้ากับคู่กรณีที่อาจมีระดับ สูงเด่น หรือเหนือกว่าเราเป็นต้น

กลับไป ทฤษฎีส้นตีนตอนที่ 1