แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิทานราหู แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิทานราหู แสดงบทความทั้งหมด

พระราหู

sonteen theory  3
พระราหู พระราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลก
ทฤษฎีส้นตีน เป็นเรื่องที่เขียนขึ้นมาเล่นๆตามความคิดเห็นส่วนตัว  เหมาะสำหรับคนบ้าเท่านั้น  คนดีๆไม่ควรอ่าน  หากอ่านไปแล้วก็ไม่ควรคอมเม้นท์ใดๆ จะได้ไม่ผิดใจกันครับ

พระราหู สัญลักษณ์เลข ๘ ถือเป็นเจ้าโลก เจ้าคน เจ้ามือ เจ้าฯลฯ  ยังพบอยู่แต่ที่โลก  ที่จักรวาลอื่นดาวอื่นยังไม่เจอ นักวิทยาศาสตร์หาแล้วหาอีกจนตาเข ตาพลิก หมดเงินลงทุนไปเยอะ   ได้เจอแต่ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ กับเศษหิน เศษฝุ่นธุลี ที่ไร้ซึ่งโลกธาตุที่มีความปรารถนาหรือความอยากอันซับซ้อน

พระราหูจะทำอุตราวัตรเข้าราศีกรกฏ วันนี้ วันที่ 4 สค. 60 คือท่านราหูปี ย้ายเข้าราศีปู ย้ายจากสิงห์ไปกรกฏ  เข้าไปอยู่ราศีธาตุต้นน้ำ จะมีการบูรณาการเรื่องธาตุน้ำใหม่  จะเข้าไปทำเรื่องตาม ความหมายของต้นน้ำ  คือผู้ต่อเซลต่างๆ ในระยะริเริ่ม   เช่นระบบสื่อสารใหม่ๆระบบโซเชียลใหม่    แอ๊ปใหม่ๆ สายเคเเบิ้ล ใยแก้ว ดาวเทียม การลงทุนสร้างเครือข่ายใหม่ๆ  

ออกมาชั้นนอกอีก   คือถนนหนทาง อ่างเก็บ น้ำ คลองส่งน้ำ ฯ ราศีกรกฏยังเป็นราศีพันธุโลกด้วย  งานแม่บ้าน เลขาธิการ  เครื่องอุปโภคบริโภค เกษตรอินทรีย์ ก็จะบูมด้วยเช่นกัน  ผู้ชื่นชอบการลงทุน เพื่อความร่ำรวย เตรียมตัว วางข่ายดักปลาเงินตามเรื่องที่กล่าวไว้ได้ครับ...ตรงนี้เขียนตามลักษณะธาตุ บวกราศีนิ๊ดนึง  ผิดถูกไม่รู้  ต้องดูเอาเอง นานๆ

พระราหู นำภาพจากกูเกิ้ลมาตัดต่อ ผิด พรบ.คอมพิวเตอร์แน่นอนครั
ตามปฏิทินโหร พระราหูคือบ่วงที่คล้องพระจันทร์ไว้กับโลกไม่ให้ไปไหน โดยจะเป็นวงรี ด้านบนส่วนหัวคือตำแหน่งเลช ๘ ในปฎิทินโหร  ด้านตรงข้ามคือตูดหรือหาง   เมื่อระนาบของบ่วงผู้บัง กับผู้ถูกบัง (บ่วงโลกกับบ่วงจันทร์ ) ตั้งทับกันพอดีหรือหมิ่นๆ  พอดวงจันทร์เดินเข้าไปอยู่ตรงหัวบ่วงหรือตูดบ่วง ก็เรียกว่าอม จะอมทิตย์อมจันทร์ก็ไล่ตรวจเช็คดู ว่าโลกอยู่ตรงไหน  ตามวิชาเรขาคณิต ตรงนี้รู้พอเป็นเลาๆเพราะเป็นเรื่องโหราฯส้นตีน ไม่ใช่วิชาดาราศาสตร์ครับ

บ่วงนี้จะใช้เวลารอบละ 18 ปี จึงครบทวาศมลฑล รอบโลก 12 ราศี โคจรราศีละ ๑ ปีครึ่ง ๑๒ ราศีก็เท่ากับ 12 + 6 = 18 ปีพอดี   

ปีครึ่งก็ย้ายราศีที  ให้หมอดู หมอยา หมอผี หมอพระได้ทำนาย   ได้คาดการณ์โรคภัย สะเดาะเคระห์ ทำพิธีสวดเสริมดวงชะตา  บางหมอก็บูชาด้วยของดำ เพราะคิดว่าท่านโปรดของดำ แบบอมพระอาทิตย์ดำ พระจันทร์ดำ ฯลฯ ก็ให้พอได้มีการมีงานทำกันทั่วหน้า  อย่าได้ตำหนิหรือด่ากัน  เป็นองอวตาร  มนุษย์เป็นทรัพย์ของท่านพระราหูกันทุกคน

ช่วงที่พระราหูอยู่ปลายราศีสิงห์ 24 -25 กค.2560 ทำให้น้ำลงที่หัวหิน ประจวบฯ จนเห็นโขดหิน กรมอุทกฯบอกทีหลังว่าน้ำลงแบบนี้ทุก 18 ปี อย่าได้ตื่นเต้นตกใจ งมงาย  แต่ชาวบ้านที่เลี้ยงปลากระซังเจ๊งไปหลายล้านบาท   เพราะไม่รู้จักพระราหู พระราหูจะย้ายออกจากราศีสิงห์ เข้าราศีกรกฏวันที่ 4 สค. 60  ออกจากสิงห์ เข้าราศีปู คือตัวราหูปี เป็นราหูใหญ่ ที่ใช้ได้กับคนและบ้านเมือง  ที่ใช้กับคน คือราหูปี ราหูเดือนราหูวัน

การบูชาพระราหูแนวหลวงกลัวยคือการสร้างสมดุลย์ให้โลก   อย่าทำลายวงจรธรรมชาติโลก   อย่าทำให้โลกร้อนมากเกินไป  ลดการสร้างมลภาวะพิษให้แก่โลก การบูชาแนวอื่นๆ ที่ไม่ทำให้โลกเดิอดร้อน สังคมเดือดร้อน ตัวเองเดือดร้อนถือว่าดีทั้งนั้น

ราหูในทางโหราศาสตร์  คือเจ้าโลก ผู้ยิ่ใหญ่แห่งโลก ซึ่งก็คือความลุ่มหลงเมามัว เจ้าแห่งโลกธาตุ โลกธาตุคือสิ่งมีชีวิตทั้งปวงอจ.ส.แสงตะวัน  ท่านเขียนหนังสือบอกไว้ว่า  พระราหูมี 8 ภาคเรียกอัฐฐคชนาม  มี 6 ตับ ฯลฯ ซับซ้อน แต่ท่านก็ไม่ได้บอกอะไรมากกวานี้  อาจจะบอกเฉพาะลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด  ผมก็นั่งเทียนระลึกชาติดูก็พอรู้ว่าราหูคืออะไร  แต่ก็อาจรู้ผิดๆ ซึ่งก็ช่างมันขอให้ได้มโนเอง มันส์ดี ตำรวจไม่จับ

พระราหูคือผู้รับพลังงานจากพระอาทิตย์  รับธาตุ ๔ จากเทวเคราะห์ทั้ง ๘ นำมาเนรมิต ปั้น หรือสร้างจักรวาลอื่นเซลอื่น รูปสมมุติอื่นตามจักรราศี ที่โลกหมุนไป เพิ่มได้หลายพันล้านเซลในร่างกายคน  สร้างร้านค้าสาขาอื่นเพิ่มในระดับเซลสังคม ประเทศ   สร้างได้สารพัดโลก สัตว์ พืช เป็นชั้นๆ ในระดับจุลจักรวาล  จักรวาลถึงมหาจักรวาลที่คาดการณ์ไม่ถึง นี่คืออำนาจพระราหู


พระราหูให้คุณทางลุ่มหลงมัวเมา  เมาทางไหนหลงทางไหน ก็จะเน้นการกระทำตามตรงที่อยากนั้น  ซึ่งก็แล้วแต่ราหูในพื้นดวง   แต่พระราหูมักนำไปใช้กับความร่ำรวย  รวยคือทำให้มีมาก     ดูว่าท่านอยู่กับพระเคราะห์องค์ไหน ราศีไหน ก็ตรงนั้น   พระราหูองค์ใหญ่ประทับอยู่กับใคร คนนั้นก็รวย โลกปัจจุบันความร่ำรวยคือคนมีเงิน มีทรัพย์สินมากมาย     จริงๆแล้วการมีแค่นั้นถือว่ารวยปลอม  รวยจริงต้องมีความสุข  มีความรู้ ความสามาถ มีความรัก มีธรรมด้วย    รวยมีแต่เงินมีแต่ทรัพย์ ยังเป็นระดับเศรษฐีไม่ได้  ถือว่ายังรวยปลอม  รวยไม่ครบ

พระราหูเมื่อได้ทรัพย์มาส่วนหนึ่งก็ต้องส่งคืนพระอาทิตย์ หมายถึงพระราหูดี มีเงินมีทรัพย์แล้วต้องจ่ายภาษีให้หลวง  ให้พระอาทิตย์ได้ใช้ดูแลจักรวาล หรือดูแลปกครองบ้านเมือง  เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน และแสงสว่างให้แก่ดาวเคราะห์  หรือเทพเคราะห์อื่นได้นำไปใช้ปรุงแต่งธาตุ   เป็นวัฏจักรหรือพลังหมุนเวียนอันเป็นอมตะ คือการพึ่งพาอาศัย ส่งถ่ายส่งผ่านกันเป็นชั้นๆ มึงกินแล้วถ่าย กูเป็นเครื่องจักรกลอีกแบบมากินต่อ เสร็จแล้วก็ขี้ออกมา เป็นอาหารให้จักรกลชีวอื่นกินต่อ   ซับซ้อนหลายชั้น สุดท้ายก็ครบวงจร กลับมาให้ตัวเดิมได้กินขี้ตัวเองในอดีต

นอกจากราหูที่เป็นบ่วงตรงนี้แล้วยังมีราหูอื่นๆ ที่ทำให้มืด ให้มัว ให้เบลอ ฯ ไปดูเทวพระเคราะห์ในปฏิทิน ว่าอยู่ภาคกลางวันหรือกลางคืน  อยู่กลางวัน ก็ถูกพระอาทิตย์อบรมดีแบบให้มีเกียรติ์ แบบเทพหรือไปเป็นเสนาอำมาตย์รับใช้พระราชามหากษัตริย์ สังเกตุดีๆจะเห็นสีองค์เทพเปล่งมาให้เห็นยามเช้าตรู่หรือยามเย็น  มิได้รับใช้ราชาพ่อค้าวานิช  หรือรับใช้เอกลักษณ์ของตัวเองแบบดวงดาวยามค่ำคืน

พอก่อนครับ  ตอนหน้าเรื่องพระจันทร์
กลับไปตอนที่ 1  sonteen theory  ทฤษฎีส้นตีน 1              ทฤษฏีส้นตีน 4

นิทานพระราหู

พระราหู
เรื่องพระราหูนี้เป็นเรื่องยาว ถ้าให้เล่ากันจริงๆ แล้วยาว เพราะเป็นเรื่องหัวใจของโลก เป็นหัวใจของโหราศาสตร์ไทย เป็นเจ้าผู้ปรุงแต่งโลกธาตุ  ผมก็เคยร่ำเคยเรียนมาบ้างแบบมั่วๆตามสไตล์ 


โลกนี้มีพระราชาอยู่ ๒ พระองค์คือพระอาทิตย์กับพระราหู แบบพื้นๆคือกลางวันพระอาทิตย์เป็นใหญ่ แต่เมื่อค่ำลงเจ้าแห่งความมืดก็เข้าปกคลุม  พระราชานามพระราหูก็มีอำนาจขึ้นมาแทน   บริวารพระราหูไม่ต้องอาศัยแสงสว่าง ไปหากินแบบมืดๆ หากสว่างแล้วมองไม่เห็น หรือไม่ก็แสบตา  เช่นพวกผีทั้งหลาย ค้างคาว งู มูสัง นักร้อง หมอนวด นักการเมืองพวกหนึง พ่อค้าแม่ค้า ที่ทำมาหากินลับๆ ลับก็คือความมืดประเภทหนึ่ง

หากจะคิดแบบอาทิตย์เป็นราชาในสมัยหนึ่ง โลกก็เป็นอยู่อีกแนวอีกแบบ ไม่ขอกล่าวถึงท่านต้องคิดเอาเอง กับยุคยุค สมัยพระราหูเป็นเจ้า  ซึ่งน่าจะตรงกับสมัยนี้ คือยุคที่พ่อค้านายทุน และการปรุงแต่ง แสง สีเสียง รูป กลิ่น รส เป็นใหญ่ พระราหูได้เริงร่า หมุนเงินตราแปรปลี่ยนโลกธาตุเป็นสิ่งของได้ตามประสงค์ ยิ่งเทคโนโลยีเจริญรุ่งเรืองแล้วพระราหูยิ่งสนุก ย้ายร่างแปลงเงามันส์ ฮาได้ทั่วจักรวาล  อย่าไปขวาง ทีใครทีมัน สมัยไหนใครเป็นเจ้าก็ต้องหลีกทางให้เขา เป็นเพียงยุคสมัยหนึ่งไม่ใช่ตลอดกาล

ตามนิทานแล้วเขาว่าพระราหูมีกายาสีดำ  เพราะอาจเห็นบนฟ้าเวลาจะอมอาทิตย์และจันทร์ว่าท่านดูดำๆเป็นเงามืด 
อาทิตย์กับจันทร์ไม่ได้ดำแต่ขาว หรือเหลือง ทองดูอวบอั๋น มีประกาย แต่โหรบางท่านที่ดังมากๆว่าพระราหูชอบของดำ ผมก็ไม่เชื่ออีก แต่ก็ไม่แน่ท่านอาจไปอมของดำที่ไม่มีใครเห็นก็ได้ รสนิยมพระราหูดูท่านมีรสนิยมคล้ายพวกฝรั่งชอบของดำ หน้าตาบ้านๆ  แต่ก็อย่างว่าพระราหูมีตั้ง ๘ ภาค บางภาคอาจชอบของดำจริงก็ได้    แต่โดยปกติดวงชะตาใครหากพระราหูเด่นมักรวย เป็นใหญ่เป็นโต มีของดีให้อมทั้งปีแบบเลือกได้เสียด้วย  สมัยนี้จะเก่งทางเล่นหุ้น ทุบหุ้นให้ตกแล้วเลือกช้อนเอาแบบสบายๆเป็นต้น รวย รวย มักจะได้เป็นใหญ่เป็นโต แต่ปัญหาของพระราหูในอดีต คือท่านแปลงร่างแอบเข้าไปดื่มน้ำอัมฤทต ที่เหล่าเทวดากับอสูรกวนช่วยกันกวนสมุทร แต่ถูกจับได้ ถูกจักรพระนารายณ์ขาด ๒ ท่อนแต่ไม่ตายกลายเป็นเทพฯ ที่มีแต่หัวกับหาง เหาะร่อนเร่ไปในอากาศกลับบ้านไม่ได้ จะกินอะไรก็ไม่ได้ ได้แต่ อม อม เอาไว้ กินเข้าไปก็รั่วเหมือนโดนยึดทรัพย์ โดน ดีเอสไอสอบสวน หาเรื่องยึดทรพย์ที่เล่นหุ้นมาได้ ทำธุรกิจมาได้  ทีคนทำบุญมาได้ไปหมด  ด้วยความแค้นจึงตามมาอมพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งเป็นเทพฯที่ไปแอบบอกพระนารายณ์ให้รู้ว่าพระราหูปลอมตัวมาแอบกินน้ำอัมฤต

ยืมภาพจากASTV ผู้จัดกวน ออนไลท์มาครับเห็นว่า ๒ ท่านนี้ชะตาชีวิต คล้ายๆในนิทานพระราหู

การบูชาพระราหู ตามตำรับของโหร อรรถวิโรจน์ ศรีตุลาจะใช้ของดำ ๘ อย่าง ดังนี้ไก่ดำ เหล้าดำ การแฟดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ ถั่วดำ ขนมเปียกปูนดำ และไข่ดำ และเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ประชาชนว่า วัดที่มีการจัดพิธีบูชาพระราหูอย่างยิ่งใหญ่ คลื่นมหาชนชาวพุทธแห่แหนมากราบไหว้ บูชาพระราหู ที่มีชื่อเสียงได้แก่ วัดศีรษะทอง ที่ตั้งอยู่ ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งมีการจัดงานเป็นประจำทุกปี นักการเมืองดังฝั่งเน้นเพื่อเงินเห็นไปกันหลายคนหลายหนผมไม่อยากบอกว่ามีใครมั่ง  แต่อีกฝั่งก็อาจมีแอบไปแต่ยังไม่เห็นในข่าว

ท่านว่าพระราหูชอบของดำ เลยต้องถวายของดำ ไม่รู้ท่านจะโปรดจริงหรือเปล่า  เป็นความเชื่อ ?
พระราหูเท่าที่ผมเคยอ่านผ่านๆตามา มี ๖ ตับ ๘ ภาคหรือ ๘ ตน เรียกว่าอัฐคชนาม มี ราหูกำบัง ราหูจำบัง ราหูเสวย ราหูบังเงา ราหูก้อนเส้า ราหูเกณท์ ราหูนักพรต ราหูอวตาล ราหูให้คุณหรือแรงตาม
พระเคราะห์หรือเรือนที่ท่านไปอยู่ด้วย ดีร้ายเป็นมนุษย์บัญญัติ โลกธาตุไม่เกี่ยวดีชั่ว มีแต่แรงเบา อ่อน ตึง แปรไปตามคุณลักษณเดิมๆของพระเคราะห์นั้นไปเสริมธาตุให้แรงขึ้น

พระราหูดีหรือไม่ดี ทางพระทางธรรมไม่ดีแน่เพราะอยู่คนละด้าน ถือเพศเป็นบรรพชิตแล้วหากถือคติว่าว่าราหูดี หรือราหูต้องดี ต้องโดนสึก ชาวโลกถ้าว่าราหูไม่ดีก็อย่าไปมีครอบครัว เพราะปรุงแต่งให้เกิดต่อเนื่องไม่ได้ ท่านต้องรู้เพศตัวเอง สมณเพศนั้นราหูต้องไม่ดี ส่วนคฤหัสถ์หรือผู้ครองเรือนนั้นราหูต้องดี จึงจะเจริญตามวิถีโลกครับ


ตำนานพระราหูจริง

พระราหู : โหราศาสตร์ ศีรษะมังกร, ผีซาตาน พระวิษณุชุบขึ้นมาจากหัวผีโขมด ๑๒ หัวจึงมีกำลลัง ๑๒ ออกจากภูมิกลางไปประจำอยู่ทิศ พายัพ (พวยัพ มาจากคำว่า พายุร้าย) ตามโลกธาตูพระราหู คิดตามธาตุถือเป็นธาตุลม ถือตามผมเองเป็นธาตุลมตัวเมีย

พระราหูเป็นพญาอสูรแต่เพียงผู้เดียวที่มีความเป็นอมตะในบรรดาหมู่ อสูรเทพทั้งหมด จึงได้รับการยกย่องจากพระพรหมให้เป็นเทพองค์หนึ่งด้วย อสูรราหูเป็นบุตรของพระ กัศยปเทพบิดรกับนางสิงหิกา แต่กลับมีร่างกายเป็นยักษ์ร้าย

เมื่อทวยเทพกับอสูรได้ทำสงครามกันครั้งใด อสูรราหูก็จะเป็นตัวตั้งตัวตีในการ นำทัพอสูรเข้าบุกแดน ดาวดึงสาพิภพของพระอินทร์ทุกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะพระอินทร์ได้ ต้องถอยทัพกลับมาทุกครั้งไปเช่นกัน แต่เมื่อพระอินทร์ถูกฤาษีสาปให้ถอยฤทธิ์ลง พระอินทร์และ เทวดาบริวารก็พ่ายแพ้แก่พวกอสูรตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พวกเทวดาจึงถูกพวกอสูรฆ่าตายลงไป จนเกือบหมด พระอินทร์ก็หมดปัญญาที่จะต่อสู้อีกต่อไป จึงได้พาเทวดาบริวารไปกราบทูลขอ ความช่วยเหลือจากพระนารายณ์ผู้เป็นเจ้า ในทะเลน้ำนมอันเป็นที่สิ่งสถิตของพระองค์



เทวดา และอสูร ช่วยกันกวนเกษียรสมุทร เพื่อทำน้ำอัมฤต
พระนารายณ์ก็แนะนำให้ทำพิธีกวนน้ำทิพย์ เมื่อกินแล้วจะได้มีความเป็นอมตะ คือไม่รู้จักตาย แต่ทรงเห็นว่าลำพังเฉพาะพวกเทวดาแล้วคงทำงานใหญ่ครั้งนี้ไม่สำเร็จ จำเป็น ต้องอาศัยแรงและฤทธิ์ของพวกอสูรด้วยจึงจะทำได้ จึงทรงบอกให้พระอินทร์และบรรดาเทวดาไป ขอร้องให้พวกอสูรมาช่วยด้วย ให้แกล้งหลอกทำสัญญากับพวกอสูรว่าถ้ากวนน้ำทิพย์สำเร็จแล้วก็ จะแบ่งให้พวกอสูรครึ่งหนึ่งของน้ำทิพย์ที่ได้ทั้งหมด แต่พอได้น้ำทิพย์แล้วก็ค่อยหาทางหลีกเลี่ยง กันทีหลัง คือไม่ยอมให้พวกอสูรได้กินน้ำทิพย์นั้นกันเสียเลย พระนารายณ์ทรงรับรองว่าถึงตอน นั้นพระองค์จะทรงจัดการกับพวกมันด้วยพระองค์เอง

เมื่อพวกเทวดาไปทำสัญญากวนน้ำทิพย์ร่วมกันกับพวกอสูรเป็นผลสำเร็จแล้ว พิธีกวนน้ำทิพย์จึงได้เริ่มขึ้น ณ ทะเลน้ำนมนั่นเอง ด้วยการยกเอาภูเขามันทรมาเป็นเครื่องกวนน้ำ ในทะเลน้ำนมนั้น บรรดาเทวดาและอสูรตางก็ออกไประดมกันเก็บเกี่ยวเครื่องยาสมุนไพรที่มีอยู่ทั้ง สามโลกนานาชนิดเป็นจำนวนมหาศาลมาทุ่มทิ้งลงไปในทะเลแห่งนั้นแล้วเอาพญานาควาสุกรีมา พันรอบเขามันทรต่างสายเชือกสำหรับให้เทวดาและอสูรช่วยกันดึงไปมาปั่นภูเขาให้หมุน เพื่อให้ เครื่องยากับน้ำในมหาสมุทรเข้ากันจนเกิดเป็นน้ำทิพย์ที่ต้องการ


เมื่อถึงเวลาของการดึงเชือกหรือ พญานาคพวกเทวดาก็เริ่มเอาเปรียบตั้งแต่เริ่มแรกกันทีเดียว ด้วยการพากันไปดึงส่วนที่เป็นหาง ของนาค พวกอสูรจึงจำต้องไปดึงที่ส่วนหัวของพญานาค พวกเทวดาและอสูรต่างก็ช่วยกันปั่น ช่วยกันกวนน้ำทิพย์จนเป็นเวลาช้านาน พญานาควาสุกรีได้รับความทุกข์ทรมานิ่งจึงพ่นพิษออก มาเป็นไฟถูกพวกอสูรบาดเจ็บและอ่อนแรงลง อสูรราหูก็เป็นผู้หนึ่งที่ต้องการแรงฉุดอยู่ทางหัวนาค จึงต้องได้รับทุกข์ทรมานและเจ็บปวดไปด้วยพิษนาคด้วย แต่ก็จำต้องอดทนเพื่อความสำเร็จจึง ต้องทนทำต่อไป แต่ก็ให้รู้สึกคิดแค้นพวกเทวดาอยู่ไม่หาย อสูรราหูจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นอมตะให้ได้